บทที่ 4 การยื่นใบหย่าครั้งที่1
แสงแดดอ่อนของเช้าวันเสาร์ส่องผ่านกระจกเข้ามาในห้องอาหารหรู ทุกอย่างดูเหมือนเช้าวันหยุดธรรมดาของคฤหาสน์หลังใหญ่ แต่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ห้าปีของการแต่งงาน... ไม่มีมือที่สามเข้ามาแทรกกลาง ไม่มีแม้กระทั่งการทะเลาะเบาะแว้งที่รุนแรง มีเพียงความเฉยชาและละเลยที่คอยกัดกินความสัมพันธ์ของทั้งคู่ลงไปทีละน้อย
ติณณ์นั่งอยู่หัวโต๊ะในชุดลำลองสบายตา มือหนึ่งถือแก้วกาแฟดำ อีกมือเลื่อนดูรายงานยอดขายในแท็บเล็ตอย่างที่เคยทำเป็นประจำ สายตาของเขาอยู่กับตัวเลขและผลกำไร ไม่ใช่ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้า
พลอยไพลินทอดสายตามองใบหน้าที่คุ้นเคยมาตลอดห้าปีเต็ม เมื่อก่อนเธอเคยมองผู้ชายคนนี้ด้วยความรักและความหวัง แต่มาวันนี้ หัวใจของเธอกลับนิ่งสนิทราวกับน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเลื่อนซองเอกสารสีขาวไปหยุดตรงหน้าเขา
"คุณสามีคะ..."
ติณณ์เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ตเล็กน้อย
"เรามาหย่ากันเถอะ"
คำพูดเรียบง่ายทว่าเด็ดขาดนั้นทำให้ปลายนิ้วที่กำลังเลื่อนหน้าจอของเขาหยุดค้าง สายตาที่เคยนิ่งสนิทวูบไหวเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ปัง!
พลอยไพลินทุบฝ่ามือลงบนโต๊ะอาหารเสียงดังลั่น แก้วกาแฟและจานชามสั่นสะเทือนตามแรงอารมณ์ น้ำตาที่เธออุตส่าห์อดกลั้นมาตลอดทั้งคืนไหลรินออกมาในที่สุด
"ติณณ์! คุณจะนิ่งเฉยไปถึงไหน"
น้ำเสียงของเธอสั่นเครือด้วยความอัดอั้น
"ห้าปีที่ผ่านมา คุณเคยเห็นฉันเป็นอะไรบ้าง นอกจากคนที่คอยเฝ้าบ้านหลังนี้"
"ตอนที่ฉันต้องการคุณที่สุด คุณเคยหันมามองฉันบ้างหรือเปล่า"
"ฉันเหนื่อยแล้วติณณ์..."
"ฉันไม่เหลือความรู้สึกอะไรให้คุณอีกแล้ว"
เธอสูดหายใจลึกรวบรวมเศษเสี้ยวความเข้มแข็งสุดท้าย
"เราหย่ากันเถอะค่ะ"
สิ้นคำประกาศ พลอยไพลินทรุดนั่งลงบนเก้าอี้อย่างคนหมดแรง ติณณ์เงียบไปครู่ใหญ่ เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะช้า ๆ แล้วสบตาเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก
"ถ้าคุณยังโกรธเรื่องวันที่ผมไม่รับสายตอนคุณป่วย... ผมขอโทษ"
"แต่เรื่องหย่า... อย่าพูดมันออกมาอีก"
พูดจบ ติณณ์หยิบซองเอกสารสีขาวขึ้นมาพับเก็บใส่กระเป๋าเอกสารของตัวเอง แล้วลุกเดินออกจากบ้านไปทันที ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
สำหรับติณณ์แล้ว พลอยคือภรรยา คือผู้หญิงคนเดียวที่เขาเลือก และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เขาไม่มีวันเซ็นใบหย่าฉบับนี้เด็ดขาด
ช่วงสายของวันเดียวกัน ภายในห้องทำงานประธานบริหารบนตึกสูงเสียดฟ้าใจกลางเมือง เอกสารกองโตวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงาน ริวเลขานุการคนสนิทกำลังรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดอย่างเป็นระบบระเบียบ
แต่วันนี้... เจ้านายของเขาไม่ได้เข้าหูเลยแม้แต่น้อย
สายตาของติณณ์จับจ้องอยู่แต่กระเป๋าเอกสารที่วางอยู่มุมโต๊ะ ข้างในนั้นมีใบหย่าที่พลอยไพลินเซ็นชื่อกำกับไว้เรียบร้อยแล้ววางอยู่
"บอสครับ"
ริวเอ่ยเรียก ไม่มีเสียงตอบรับจากคนเป็นเจ้านาย
"บอสครับ"
ครั้งที่สอง ติณณ์ยังคงนิ่งเหม่อลอยไปไกล
"บอสครับ!!"
น้ำเสียงที่ดังขึ้นในครั้งที่สามทำให้เขาได้สติกลับคืนมา
"...อืม ว่าไง"
ติณณ์ถอนหายใจยาว เอนหลังพิงเก้าอี้ทำงานอย่างอ่อนล้า ริวมองเจ้านายด้วยความแปลกใจ ตั้งแต่ทำงานร่วมกันมาหลายปี เขาไม่เคยเห็นติณณ์เสียสมาธิกับเรื่องงานมากขนาดนี้มาก่อนเลย
หลังจากลังเลอยู่พักใหญ่ ติณณ์ก็ตัดสินใจเอ่ยถามขึ้นเบา ๆ
"ริว... ถ้าวันหนึ่ง คนที่อยู่ข้าง ๆ เราบอกว่าอยากจากไป... เราควรทำยังไง"
ริวชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
"หมายถึงเรื่องงาน... หรือเรื่องส่วนตัวครับ"
"เรื่องส่วนตัว"
ติณณ์เบือนสายตาออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ก่อนจะพูดประโยคที่ตนไม่คิดว่าจะหลุดออกจากปาก
"พลอยขอหย่ากับฉันเมื่อเช้า"
ริวนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเรียบเรียงคำพูดแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าตรงไปตรงมา
"บอสครับ... เวลาที่ผู้หญิงพูดคำว่าหย่า ส่วนใหญ่เธอไม่ได้พูดเพราะอยากประชดหรอกนะครับ"
"แต่เป็นเพราะเธออดทนกับความสัมพันธ์นี้มาจนถึงขีดสุดแล้วต่างหาก"
ติณณ์กำมือแน่นเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ยามเมื่อริวพูดประโยคถัดมา
"ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณพลอยอาจจะไม่เคยต้องการเงินทองหรือชีวิตที่หรูหราฟู่ฟ่าเลยก็ได้"
"สิ่งที่เธอต้องการจริง ๆ ... อาจจะเป็นแค่เวลา"
"และการที่บอสเห็นตัวตนของเธอจริง ๆ ไม่ใช่เป็นแค่ภรรยาในนามหรือตุ๊กตาประดับบ้าน"
ทุกคำพูดของเลขานุการสนิทช่างเหมือนค้อนปอนด์หนัก ๆ ที่ทุบลงกลางอกของติณณ์อย่างจัง
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาคิดเสมอว่าเงินทองและความมั่นคงที่มอบให้คือสิ่งที่ดีที่สุด แต่สำหรับพลอยไพลิน สิ่งเหล่านั้นกลับกลายเป็นกำแพงหนาที่คอยผลักเธอให้ห่างออกไปไกลขึ้นทุกวัน
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยหวั่นไหวกับวิกฤตใด ๆ กลับรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ
เขาไม่ได้กลัวการสูญเสียผลประโยชน์ทางธุรกิจ ไม่ได้กลัวว่าเงินทองจะหายไป แต่เขากำลังกลัวว่า... หากตนยังคงนิ่งเฉยและไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง
วันหนึ่ง ผู้หญิงที่ชื่อพลอยไพลิน อาจจะเดินหายออกไปจากชีวิตของเขาตลอดกาล โดยที่เขาไม่มีวันได้เธอกลับคืนมาอีก
